ชั้นบรรยากาศโลก
1. ชั้นโทรโพสเฟียร์ (Troposphere) มีระดับความสูง 0-10 กิโลเมตร เป็นชั้นบรรยากาศชั้นแรกที่ปกคลุมผิวโลกประกอบไปด้วยแก๊สหลายชนิดโดยหลายคนเข้าใจว่าส่วนประกอบหลักคือแก๊สออกซิเจน แต่ในความจริงมีปริมาณแก๊สไนโตรเจนถึงร้อยละ 78 ส่วนแก๊สออกซิเจนกลับเป็นอันดับสองร้อยละ 21 และที่เหลือเป็นแก๊สอาร์กอนปริมาณร้อยละ 0.93 แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ร้อยละ 0.03 และแก๊สชนิดอื่น ๆ อีกประมาณร้อยละ 0.04 นอกจากนี้ยังมีสัดส่วนของไอน้ำและความร้อนในระดับสูงจึงส่งให้เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่าง ๆ เช่น ความชื้น ฝน พายุ ความกดอากาศ และเมฆหมอกเป็นต้น
2. ชั้นสตราโตสเฟียร์ (Stratosphere) มีระดับความสูง 10-50 กิโลเมตร อุณหภูมิชั้นนี้ต่ำกว่าชั้นโทรโพสเฟียร์อย่างเห็นได้ชัดคือประมาณ -60 ถึง 10 องศาเซลเซียส ในชั้นนี้อากาศจะมีการเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ และไม่มีเมฆในชั้นนี้แล้วมีแต่ไอน้ำเพียงเล็กน้อยซึ่งชั้นนี้มีสภาวะที่เหมาะสมสำหรับการที่จะให้เครื่องบินสามารถบินได้
3. ชั้นมีโซสเฟียร์ (Mesosphere) มีระดับความสูง 50-80 กิโลเมตร ชั้นนี้มีส่วนช่วยดูดซับรังสี UV ที่เล็ดรอดลงมาจากบรรยากาศชั้นบน ปริมาณอากาศในชั้นนี้เบาบางมากและอุณหภูมิต่ำไปถึง-120องศาเซลเซียส
4. ชั้นไอโอโนสเฟียร์ (Ionosphere) มีระดับความสูง 80-700 กิโลเมตร เป็นชั้นที่มีความสำคัญมากเนื่องจากเป็นชั้นที่ช่วยดูดซับรังสี UV จากดวงอาทิตย์ไม่ให้ตกไปสู่พื้นผิวโลกส่งผลให้อุณหภูมิมีผลตรงกันข้ามกับชั้นมีโซสเฟียร์โดยอุณหภูมิในชั้นนี้กลับสูงถึง 2,000 องศาเซลเซียสและในชั้นนี้เมื่ออนุภาคปกติกระทบกับรังสี UV จะทำให้เกิดการแตกตัวของอนุภาคเป็นประจุไฟฟ้าที่มีชื่อเรียกว่าประจุไฟฟ้าอิออนซึ่งทำให้เกิดแสงออโรรา (Aurora) หรือที่เราเรียกกันว่าแสงเหนือ (Northern Light) หรือแสงใต้ (Southern Light) นั่นเอง นอกจากนี้ประจุไฟฟ้าอิออนยังมีประโยชน์คือสามารถเป็นตัวกลางให้คลื่นวิทยุสามารถสื่อสารในปัจจุบัน เนื่องจากตัวของมันเองมีคุณสมบัติที่สามารถสะท้อนคลื่นวิทยุได้
5.ชั้นเอ็กโซสเฟียร์ (Exosphere) มีระดับความสูง 700-800 กิโลเมตร สำหรับชั้นสุดท้ายนี้ มีแก๊สฮีเลียมแหละแก๊สไฮโดรเจนเป็นองค์ประกอบหลัก ในชั้นนี้มีอากาศที่เบาบางมากและไม่มีขอบเขตชัดเจนระหว่างชั้นบรรยากาศและอวกาศ


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น